หลักปรัชญา
“หลักปรัชญา” มุ่งเน้นการเรียนรู้เข้าใจหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเสริมสร้างแนวคิดการดำรงชีวิตและการบริหารจัดการอย่างสมดุล
หลักปรัชญา
“หลักปรัชญา” มุ่งเน้นการเรียนรู้เข้าใจหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเสริมสร้างแนวคิดการดำรงชีวิตและการบริหารจัดการอย่างสมดุล
เศรษฐกิจพอเพียง
“...เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเสมือนรากฐานของชีวิต รากฐานความมั่นคงของแผ่นดิน เปรียบเสมือนเสาเข็มที่ถูกตอกรองรับบ้านเรือนตัวอาคารไว้นั่นเอง สิ่งก่อสร้างจะมั่นคงได้ ก็อยู่ที่เสาเข็ม แต่คนส่วนมากมองไม่เห็นเสาเข็มและลืมเสาเข็มเสียด้วยซ้ำไป...”
หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักสูตรของโครงการได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับองค์ประกอบของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ การรู้จักตนเอง การวางแผนอย่างมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกัน โดยมีหลักสำคัญคือ ความรู้และคุณธรรม

รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง
คือการรู้จักประเมินศักยภาพและทรัพยากรให้พอดี ไม่สุดโต่งจนเกิดความเสี่ยงเพื่อวิเคราะห์สถานภาพที่แท้จริงขององค์กรและสภาพแวดล้อม ช่วยให้ผู้นำสามารถสร้างรากฐานความมั่นคงที่สมดุล
หัวใจของการตัดสินใจบนฐานความรู้
กฎหมาย และจริยธรรม โดยคำนึงถึงผลกระทบในทุกมิติความมั่นคงอย่างรอบคอบ มุ่งเน้นผลประโยชน์ส่วนรวมผ่านยุทธศาสตร์ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เพื่อนำพาประเทศชาติสู่เป้าหมายที่ยั่งยืน
ความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และภัยคุกคามรูปแบบใหม่ (Non-traditional threats) ในโลกศตวรรษที่ 21 เพื่อสร้างความยืดหยุ่น หรือสภาวะ “ล้มแล้ว ลุกไว” ช่วยให้องค์กรและประเทศชาติคงเสถียรภาพได้
เงื่อนไขความรู้
(รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง)
เงื่อนไขคุณธรรม
(ซื่อสัตย์สุจริต ขยันอดทน สติปัญญา แบ่งปัน)
นำไปสู่
" ชีวิต/เศรษฐกิจ/สังคม/สิ่งแวดล้อม/สมดุล/มั่นคง/ยั่งยืน "
เศรษฐกิจพอเพียง
ควรกำหนดความพอดี 6 ประการ
“เศรษฐกิจพอเพียง” คือแนวทางการดำเนินชีวิตอย่างพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน
โดยควรกำหนดความพอดี 6 ประการ เพื่อสร้างความสมดุลทั้งด้านชีวิต สังคม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ตามหลักแห่งความพอเพียงและความมั่นคงในอนาคต
สร้างชีวิตที่มั่นคง ด้วยการกำหนดความพอดี 6 ประการ ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
ประการที่ 1 ความพอดีด้านจิตใจ
การดำเนินชีวิตอย่างมั่นคง เริ่มต้นจากการรู้จักความพอดีในทุกด้าน ทั้งการใช้ชีวิต การทำงาน และการพัฒนาตนเอง โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทาง เพื่อสร้างสมดุล ความยั่งยืน และพร้อมรับต่อทุกการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
- มีจิตใจเข้มแข็ง พึ่งตนเองได้
- มีจิตสำนึกที่ดี
- มองโลกอย่างสร้างสรรค์
- เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่
- ประนีประนอม
- ยึดประโยชน์สุข
ประการที่ 2 ความพอดีด้านสังคม
การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างพอดี คือการมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน และเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างความสามัคคี ความเข้มแข็ง และความมั่นคงให้กับชุมชนและสังคมโดยรวม
- ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
- รู้รักสามัคคี
- เชื่อมโยงเครือข่าย
- สร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัว ชุมชน
- คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวม
ประการที่ 3 ความพอดีด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและพอเหมาะ ช่วยรักษาสมดุลของธรรมชาติ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความยั่งยืนให้กับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต
- รู้จักใช้และจัดการอย่างฉลาดและรอบคอบ
- เลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดความยั่งยืนสูงสุด
- ระวังไม่ให้กิจกรรมกระทบสิ่งแวดล้อม ขยะ น้ำเน่าเสีย
- รักษา ฟื้นฟู พัฒนา ทรัพยากร - ดิน น้ำ ลม ไฟ
ประการที่ 4 ความพอดีด้านเทคโนโลยี
การเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม รู้เท่าทัน และเกิดประโยชน์สูงสุด จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินชีวิตและการทำงาน โดยไม่พึ่งพาหรือใช้อย่างเกินความจำเป็น
- รู้จักใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมสอดคล้องต่อความต้องการและสภาพแวดล้อม
- พัฒนาเทคโนโลยีจากภูมิปัญญาชาวบ้านของเราก่อน
- ก่อให้เกิดประโยชน์กับคนหมู่มาก
ประการที่ 5 ความพอดีด้านเศรษฐกิจ
การบริหารรายรับรายจ่ายอย่างมีเหตุผล รู้จักออม ใช้จ่ายอย่างพอประมาณ และวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ คือพื้นฐานสำคัญของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
- มุ่งลดรายจ่าย
- ยึดหลัก พออยู่ พอกิน พอใช้
- ไม่ใช้จ่ายเกินตัว เกินฐานะที่หามาได้
- หารายได้เพิ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- หลีกเลี่ยงการก่อหนี้ โดยไม่มีผลตอบแทนที่คุ้มค่า
- บริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด
ประการที่ 6 ความพอดีด้านการเมือง
การมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เคารพกติกา รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง และยึดประโยชน์ส่วนรวม จะช่วยเสริมสร้างสังคมประชาธิปไตยที่มั่นคงและยั่งยืน
- ยึดหลักการของระบบประชาธิปไตย
- กฏ กติกา ต้องสอดคล้องกับภูมิสังคม
- ความขัดเเย้งบนเวทีการเมืองต้องอยู่ในกรอบของระเบียบวินัย
- เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ระบบประชาธิปไตยให้แก่คนทุกกลุ่ม
- การเมืองต้องอยู่บนฐานธรรมาภิบาล
